Thursday, February 4, 2010

อีกนิด

อีกนิดล่ะกับงาน เกม "Hero อนามัย" (อีกเยอะกับโปรเจคจบ)

Monday, December 21, 2009

ออกแบบโลโก้ KingRama2Found.or.th

งานที่ทำงาน (มายังไงก็ไม่รู้)
ทำไมรู้สึกคุ้นๆ ว่าโลโก้นี้มันซ้ำ กับชาวบ้าน ล่ะนี่

Sunday, December 20, 2009

เกมที่สร้างให้ อนามัยบัวสลี อ.แม่ลาว จ.เชียงราย





รายละเอียด เป็นเกม action/adventure ใช้ปุ่ม ลูกศรในการบังคับทิศทาง และใช้ปุ่ม z,x,c ในการเตะ/ต่อย โดยศัตรูจะมีหลากหลายแบบ มีศัตรูชนิดหนึ่งที่หัวเป็นเครื่องหมายคำถาม ถ้ากำจัดมันได้เราจะได้เข้าไปตอบคำถามเพื่อเพิ่มเงิน(เอาไว้ อัพเกรด ความสามารถ)
มี 5 ด่านนะครับ ที่เห็นตัวดำๆ นี่เป็น หัวหน้าของด่านแรกครับ

เทคโนโลยีที่ใช้ Flash และ XML

ตอนนี้ ได้ประมาณ 70 % (เหลือ สร้างศัตรูอีกซัก 5 ชนิด , บอส 4 ตัว และฉากอีก 4 ด่าน และอื่นๆ) แล้วล่ะครับ งานทำเงินก็ได้ 555+

Friday, December 18, 2009

เปิดตัวโลโก้ klarWorks


อันนี้ใช้ Program inkscape ซึ่งเป็นโปรแกรม OpenSource ครับ
สัญลักษณ์โลโก้นี้มีที่มา แต่เป็นความลับครับ 555+

Thursday, December 17, 2009

งานที่ทำ 2 (ณ ที่ฝึกงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิต )




สามารถเข้าได้แล้วที่ http://saranukrome.egat.co.th/question/index.html
มันคือ ทำระบบตอบคำถาม โดยใช้ AJAX,JAVA,PHP,XML โอ้สี่ตัวเลยยยยยยยยยย
แต่ก็ทำเสร็จได้เป็นแบบนี้

งานที่ทำ 1 (ณ ที่ฝึกงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิต )

ต้องเกริ่นนำก่อนว่า ผมได้อยู่แผนก OpenSource ดังนั้นโปรแกรมดังๆ มีลิขสิทธิ์นี่ไม่ได้แตะเลย เศร้าๆๆๆ งานที่ 1 คือ manual ของโปรแกรม OpenProj
ทำเอามึนเลยกับงานแรก เพราะ เป็นคนเกลียดพวกวางแผนๆๆ ซึ่งโปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมที่ใช้วางแผนงาน โอ้ แจ๊คพ๊อต 555+ 3 อาทิตย์ เลยงานนี้

Saturday, October 3, 2009

ตกใจ

บทความของรองศาสตราจารย์ ดร.ดำรงค์ ฐานดี ผู้อำนวยการศูนย์เกาหลีศึกษาของมหาวิทยาลัยรามคำแหง

บทความนี้ส่วนใหญ่จะชื่นชมเกาหลีใต้ แต่มีบางตอนที่อาจารย์ ท่านกล้าเอาบทความของฝรั่งและของท่านเองที่วิจารณ์คนเกาหลีใต้ตรงๆมาลง ผมขออนุญาตนำบางตอนมารับใช้ผู้อ่านท่านที่เคารพดังต่อไปนี้ครับ

“คนที่ไม่รู้จักกันจะไม่ทักกัน และจะไม่ใช้รอยยิ้มในการทักทายคนที่ไม่รู้จัก เพราะถือกันว่า ผู้ใดเปิดยิ้มให้ก่อนจะทำให้ดูเหมือนว่าเป็นคนชอบเปิดตัว ต้องการรู้จักคนอื่น เพื่อการหวังผลจากอีกฝ่ายหนึ่ง ดังนั้น จึงจะเห็นว่าในขณะที่รอคอยรถเมล์ รถไฟใต้ดิน หรือแม้แต่การให้บริการ เช่น พนักงานขายของ แคชเชียร์ และคนเสิร์ฟอาหาร จะไม่ค่อยมีรอยยิ้มเลย คนจะยิ้มให้กันก็เฉพาะคนที่รู้จักมักคุ้นกันแล้วเท่านั้น”

“ชีวิตการอยู่ร่วมกันในครอบครัวของคนเกาหลีในอดีตนั้น บ้านจะมีเพียง 2-3 ห้อง และมีคนหลายคนของครอบครัวขยายอาศัยอยู่ ทุกห้องจึงไม่มีความเป็นส่วนตัวสำหรับใครคนใดคนหนึ่ง เพราะจะมีการใช้ห้องเป็นทั้งที่นอน ห้องนั่งเล่น และห้องอ่านหนังสือสลับกันไป ทำให้ขาดความเป็นส่วนตัวในบ้าน ดังนั้น วิถีทางดำรงชีวิตจะเป็นเสมือนหนึ่งการอยู่ร่วมกันและใช้ของทุกสิ่งร่วมกัน น้องชายและพี่ชายจะสวมใส่เสื้อผ้าของกันและกันเสมอ เพื่อนจะยืมเสื้อและของใช้จากเพื่อนเป็นระยะเวลานานๆก่อนที่จะส่งคืน ความเป็นเจ้าของในทัศนะของชาวตะวันตกจะไม่ค่อยปรากฏในสังคมเกาหลี เพราะจะถูกมองไปว่าเป็นคนเห็นแก่ตัว ด้วยเหตุนี้การแบ่งปันจึงเป็นวิถีของครอบครัว เกาหลีและกลายเป็นความสัมพันธ์ทางสังคมอีกด้วย”

“ในสังคมเกาหลี มีการใช้คำว่า 'ของเรา' บ่อยกว่าคำว่า 'ของฉัน' ซึ่งหมายรวมไปถึงบ้านของเรา พ่อของเรา บริษัทของเรา โบสถ์ของเรา ฯลฯ”

“.....หากคุณกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์บนรถไฟ คนที่ นั่งข้างๆ จะยื่นหน้ามาร่วมอ่านด้วยโดยไม่ขออนุญาต เจ้าของหนังสือพิมพ์ก็ดูจะไม่สนใจว่าใครจะอ่านด้วย ทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ดังนั้น กระดาษที่วางบนโต๊ะทำงาน เครื่องใช้สำนักงาน พิมพ์ดีด หรือทีวี มักจะมีคนหยิบฉวยโดยไม่ขออนุญาต ทางที่ดีจึงควรเก็บของใช้ส่วนตัวไว้ในที่มิดชิด อย่าให้ใครเห็นจะเป็นการดีที่สุด”

“.....แต่การคบค้าสมาคมและคุ้นเคยกับคนเกาหลีเป็นเวลานานๆ จะพบว่าคนเกาหลีเป็นคนใจร้อน ไม่มีความเกรงใจ ไม่สำรวม เช่น ตะโกนข้ามหัวกันอย่างไม่ยำเกรง อีกทั้งไม่มีความละอายดังเช่นพฤติกรรมที่คนทั่วโลกยอมรับว่าดีและปฏิบัติตาม แต่คนเกาหลีดึงดันทำตามสิ่งที่ตนต้องการทำ โดยไม่แยแสว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร เช่น แย่งที่นั่งบนรถไฟหรือแซงคิว ก็จะทำตัวไม่รู้ร้อน ไม่รู้สึกว่าตนกระทำผิด หรืออาจคิดว่าคนในสังคมของเขาก็ทำกันเช่นนั้น และจะไม่เอ่ยปากขอโทษเลย คนไทยที่อาศัยอยู่ในเกาหลีต่างรับไม่ได้กับพฤติกรรมแบบนี้”

“ข้อวิพากษ์วิจารณ์ของเกาหลีที่มีต่อคนไทยก็คือ คนไทยเป็นคนขี้ เกียจ ตัดสินใจช้า มัวแต่โอ้เอ้ ชอบความสบาย รักความสนุกสนาน ไม่มีความมุ่งมั่นทำสิ่งใดอย่างจริงจัง ไม่มีเป้าหมายในการทำงาน และเป็นสังคมที่ขาดระเบียบวินัย อีกทั้งจะยังเตือนคนเกาหลีด้วยกันเองว่า คนไทยเป็นคนไม่น่าคบ ควรจะแสวงหาประโยชน์จากคนไทยและเมืองไทยให้มากๆ”

ทุกประเทศในโลกนี้มี 2 ด้านครับ ไม่ว่าไทยหรือเกาหลีก็มี 2 ด้าน ทั้งด้านดี และด้านลบ ก่อนจะคบค้าสมาคมหรือลงทุนร่วมหุ้นค้าขายกับประเทศใด ท่านควรศึกษาผู้คนชนชาตินั้นอย่างละเอียดลึกซึ้งทั้งสองด้านเถิด.

เครดิท : น ส พ. ไทยรัฐ